ปกไลท์โนเวลShakugan no Shana SIII !!!

posted on 11 Oct 2012 14:48 by kinojji
แฟนๆเรื่องนี้หลายๆคนคงรู้กันมาบ้างแล้ว ว่ามีการประกาศออกนิยายของซีรี่ส์นี้ต่ออีกเล่มนั่นคือเล่มSIIIนั่นเองงงง
 
(อนึ่งบลิซยังออกมาแค่SIเท่านั้นก่อนจะลอยแพ llorz)
 
จากข่าวเก่าก่อนได้บอกว่าจะประกอบด้วยตอนใหม่4ตอน(1ในนั้นเป็น Future&Hopeที่ได้มีการตีพิมพ์ลง
 
นิตยสารDengeki Bunkoเล่มที่26 และทำเป็นดราม่าซีดีในแผ่น Superiority III)
 
หลังจากประกาศต่อนิยายมาได้พักนึง ในที่สุดก็กำหนดออกเล่มSIIIในเดือนพ.ย.นี้แล้วจ้า~~~
 
ว่าแล้วก็ไปยลปกเล่มSIIIกันโลด~~~
 
 
อืมมมม... ชานะจังของพวกเรา(//โดนเอาแกรมมาติก้าขว้างใส่หัว)ดูโตขึ้นเยอะเลยนะ แม้จะยังแบนเหมือนเดิม

แต่นี่อาจเป็นสัญญาณแห่งการเติบโตที่ดีก็ได้(ไม่ใช่แล้ว)
 
อนึ่งทางDengekiประกาศว่าจะฉลอง20ปีด้วยชานะ และได้พูดประมาณว่า"เนื้อเรื่องหลักของชานะจบลงแล้ว"
 
อืม... ชวนให้คิดเหลือเกินว่าจะคลอดโปรเจคต์อะไรออกมาอีกรึเปล่า
 
(มังงะใหม่?มูฟวี่?ส่วนตัวอยากได้มังงะของเนื้อเรื่องช่วงหลังๆนิยายเล่ม16+นะ แต่เนื้อเรื่องAfter Storyก็ไ่ม่เลว)
 
ที่มาจากฟอรั่มอนิเมสุกี้จ้า ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วยน้าาาาา~~~
 
สำหรับ Future&Hope :
 
กล่าวถึงเนื้อเรื่องช่วงหลังจากการสร้างซานาดู (ก็After Storyน่ะแหละ) โดยจะแบ่งเป็น2พาร์ทคือ
1. Future : กล่าวถึงโลกเดิมที่ยูจิกับชานะจากมา 1 ปี ตัวละครในตอนนี้ประกอบด้วยคาซึมิที่ผมยาวขึ้น ซาโต้+มาเจอรี่(ที่ย้ายไปอยู่โตเกียว) ทานากะ มาตาเกะ อิเคะ ยูคาริที่ได้รับตัวกลับมา(ความทรงจำขาดหายในช่วงที่ถูกชานะแทนที่) จิงุสะ คันทาโร่ และสมาชิกใหม่ของบ้านซาคาอิ น้องของยูจิที่เพิ่งเกิดได้ไม่นานนี่เอง ทุกคนมาชมดอกไม้กัน พลางพูดถึงเรื่องที่เกิดในคืนนั้น(การต่อสู้ของชานะและยูจิในตอนที่24) จิงุสะกับคันทาโร่เปิดเผยชื่อของเด็กทารกที่เพิ่งเกิดว่าชื่อ"ซาคาอิ มิยู"(น่าจะอ่านว่ามิยู(三悠)เพราะใช้คันจิตัวเดียวกับ"ยูจิ") โดย"ยู"มาจากเสียงที่ดังในคืนนั้น(คำของร้องของยูจิที่ให้ทุกคนจดจำเรื่องที่เกิดขึ้น)(อันที่จริงชื่อนี้น่าจะแปลว่าลูกคนที่สามที่มีอายุยืนยาวได้ด้วย) ซาโต้กับทานากะค่อนข้างสะเทือนใจกับการจากไป(สู่ซานาดู)ของชานะกับยูจิ คาซึมิบอกว่าตนเองไม่เป็นไร หลังจากนั้นมาเจอรี่ก็เอาแหวนคอร์เดที่เหลือแค่วงเดียวออกมา(ที่ชานะไว้ใช้โจมตียูจิในช่วงที่สู้กันที่มิซากิ) บอกว่าถ้าทุกคนอธิษฐานจะช่วยให้ส่งคำอธิษฐานนั้นได้ จากนั้นทุกคนก็ผลัดกันอธิษฐานถึง"ใครบางคนในคืนนั้น(ยูจิ+ชานะ)"(คนที่ลืมเรื่อง2คนนี้ไปแล้วก็จะประมาณว่ายังไม่ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนั้นตามที่ยูจิเคยขอไว้ ส่วนพวกที่ยังจำ2คนนั้นได้ก็จะออกแนวไถ่ถามสารทุกข์สุขดี) มิยูร้องอ้อแอ้อยากอธิษฐานด้วย หลังจากนั้นก็ขอให้เกิดสายลมที่พัดผ่านไปยังซานาดู
 
2. Hope : พูดถึงโลกใหม่(ซานาดู) รีเบคก้าอาศัยอยู่ที่เทนโดคิวกับวิลเฮลมิน่าและยุสตุส ชานะได้กลับมาที่เทนโดคิวอีกครั้ง ตอนนี้ชานะเหมือนจะเป็นพี่สาวของยุสตุสไปซะแล้ว แต่ยูจิยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าในส่วนของเทนโดคิวหรือเอ้าท์ลอว์ทั้งสิ้น(น่าจะมาจากความขัดแย้งที่ยูจิเป็นนายเหนือหัวพวกโทโมงาระในสงครามที่เพิ่งจบไป) วิลเฮลมิน่าเองก็ยังโกรธเคืองที่ยูจิพยายามทำร้ายยุสตุส(ตอนไหนฟะ ได้ข่าวว่ายุสตุสนี่เป็นความหวังใหม่ของการอยู่ร่วมกันที่ยูจิบอกเลยไม่ใช่เรอะ) อ้อ รีเบคก้าก็พูดตรงๆตามเคย ถามชานะเรื่องยูจิว่า"สามีเป็นยังไงบ้างล่ะ"ทำเอาวิลเฮลมิน่าเขม่นไปเลย(แต่ชานะตอบกลับแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น) ฝั่งยูจิได้พบกับรีเบซัลอีกครั้ง นั่งคุยกันในร้านอาหารที่ญี่ปุ่น รีเบซัลก็พยายามชักชวนให้กลับเข้าบาล มาสเกอีกครั้ง ยูจิก็พยายามขอโทษเรื่องที่ดึงรีเบซัลและพรรคพวก(โทโมงาระ)เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยทำให้ตายกันเป็นเบือ แล้วก็ถามถึงเบลเพโอว่าสบายดีมั้ย ก่อนแยกย้ายกันรีเบซัลก็กำชับให้ดูแลองค์หญิง(ชานะ)ให้ดี ทำเอายูจิผงะเล็กน้อย จากนั้นชานะกับยูจิก็กลับมาสมทบกันอีกครั้ง และก็เจอพวกกลุ่มต่อต้านนำโดย"Ouji" พยายามที่จะทำลายล้างมนุษย์ในซานาดู ยูจิกับชานะจึงเข้าไป...เอ่อ พูดให้ถูกคือกวาดล้างพวกนั้นจนไม่เหลือซาก จากตรงนี้เราจะรู้ว่าเปลวไฟของยูจิยังเป็นสีดำอยู่(แปลว่ายังไม่ยกเลิกพันธะสัญญากับนาคาแห่งการพิธี แต่ที่จริงในนิยายเล่ม22ท้ายๆ เปลวไฟก็ยังสีดำอยู่น่ะแหละ) แล้วเราก็จะได้เห็นความโหดเทพๆของยูจิ ที่แม้แต่จะร้องขอชีวิตก็ยังไม่ปล่อยให้รอด ยูจิได้สมญานามใหม่ว่า"廻世の行者(Kaisei no Gyousha)"จากการที่เร่ร่อนไปเรื่อยๆ พยายามทำให้มนุษย์กับโทโมงาระอยู่ร่วมกันให้ได้ หลังจบโชว์โหด อลาสทอร์พูดจากับยูจิอย่างเป็นกันเองขึ้นเยอะ ยูจิย้ำคำสารภาพรักของตัวเองกับชานะอีกครั้งทันทีที่ชานะถามว่ายังจำได้มั้ย หลังจากหยอดคำหวานจีบกันไปได้ระยะหนึ่ง ก็มีสายลมพัดผ่านมา ซึ่งเป็นสายลมจากการอธิษฐานของเพื่อนๆที่โลกเดิมนั่นเอง ทั้งสาม(รวมอลาสทอร์)ได้รับสายลมเหล่านั้น ก็อบอุ่นหัวใจกันไปตามๆกัน

Comment

Comment:

Tweet